ปีนี้ห่วยแตกจริงๆ
ผมละเลยการได้มาอัพเดตอะไรต่อมิอะไรที่นี่มานานมากๆ
ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีเรื่องให้เขียนแต่คือคิดเห็นไปเองว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นอาจจะดีกว่า
ก็คิดไว้ว่าคงต้องกลับมาเขียนเรื่อยๆ ซักอาทิตย์ละชิ้นก็ยังดี
สุดท้ายก็กลายเป็นคนแบบเดิมๆ คือผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย
แต่วันนี้รวบรวมพลังมาเขียนได้เพราะรู้สึกแย่อย่างมากกับเวลาแปดเก้าเดือนที่ผ่านมาของปีนี้
ลำดับแรกคิดว่าจะรวบรวมไว้เขียนทีเดียวในช่องทางที่คนอื่นๆ คงได้อ่านเยอะๆ
แต่คิดไปคิดมา เขียนไว้ให้ตัวเองอ่าน ทะยอยๆ มาเขียนก็คงได้อรรถรสไปอีกแบบ
ปีนี้เริ่มต้นด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพ
อวัยวะสำคัญที่เราใช้งานอย่างหนัก แม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าเราไม่เหมือนคนอื่นเขาก็ได้แสดงพลังอำนาจเข้ามาควบคุมตัวเราว่าจะทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้วนะคือ "ดวงตาซ้าย"
ผ่านปีใหม่มาไม่นานเราพบอาการ มีเยื่อบางๆ ค่อยๆ โผล่มาบดบังการมองเห็น และใช้เวลาเพียงไม่นาน มันเกือบจะทำให้เรามองไม่เห็นอะไรไปเลย
เราคิดว่ามันใช้เวลาแค่สามวัน จากที่คิดว่าอาจจะไม่เป็นอะไร เราต้องรีบไปหาหมอตา
หมอตามสิทธิ์ประกันสังคมบอกว่าเราเป็นอาการ "จอประสาทตาลอก (Retina Detachment)"
รีบทำส่งตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาเร่งด่วนไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
หมอประเมินอาการแล้วส่งตัวให้หมอเฉพาะทางพิจารณาสั่งให้เข้ากระบวนการผ่าตัดรักษาอาการทันที
อาการมันรุนแรงถึงขนาดว่าต้องรีบผ่า เราไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้อะไรเลย
จากที่รู้สึกแข็งแรง เราต้อง admit เตรียมผ่าหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นได้ผ่า และต้องพักให้หมอดูวันต่อวันอยู่อีกสองคืน รวมนอนโรงพยาบาลหนนี้คือสามคืน
แนวทางการรักษาคือการ นำเอาเลนส์ตาออก และรักษาอาการจอประสาทตาลอกด้วยการอัดฉีดวัสดุแปลกปลอมที่หมอบอกว่าเป็นน้ำมันซิลิโคนเข้าไปประคองจอประสาทตาให้ยึดติดตามเดิม พร้อมด้วยการยิงเลเซอร์ในแนวที่ฉีกขาด
การผ่าตัดไม่ได้มีอะไร แต่สิ่งที่ค่อนข้างกังวลคือเรื่องการพักรักษาตัว ที่ต้องใช้กฎแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ดวงตาลอยขึ้นดันจอประสาทตาให้ติดดี
วิธีการนี้คือเราต้องคว่ำหน้าตลอดเวลาให้มากที่สุดเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ถึงตรงนี้ย้อนกลับไปมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร แต่ตอนนั้นแต่ละวันเวลามันผ่านไปอย่างลำบากมาก
เมื่อผ่านระยะพักฟื้นที่ต้องอาศัยการคว่ำหน้าตลอดเวลา เรากลับไปทำงานอย่างที่ต้องปรับตัวอย่างมากเพราะตาทำงานได้แค่ตาเดียว อีกข้างคือเห็นลางๆ เท่านั้น
เราต้อง follow up กับหมอเป็นระยะเวลานาน หมออาจจะนัดทุก 14 วันบ้าง หนึ่งเดือนบ้าง แต่สิ่งที่แปลกมากคืออาการที่สิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในตาเรามีลักษณะเป็นฟองๆ ที่มีปริมาณเยอะมาก มันมาบดบังการมองเห็น หลังผ่านไปแล้ว 3 เดือน หมอสั่งให้ผ่าเพื่อเอาน้ำมันซิลิโคนออกเพราะสภาพแบบนี้คือน้ำมันซิลิโคนมีอาการแตกตัวส่งผลกระทบต่อการมองเห็น
เราถามหมอว่าเราต้องกังวลเรื่องนี้ไหม แกบอกการแตกตัวแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แต่การแตกตัวหลังผ่าไม่ถึงสามเดือนคือเรื่องที่ไม่ค่อยได้เจอ
เราฝันของเราไปเองว่าหลังผ่ารอบนี้กระบวนการรักษาคือแค่พักฟื้นเราจะได้ใส่เลนส์ตา และกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
แต่หารู้ไม่ว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบง่าย
เก็บไว้ขอมาคุยต่อรอบหน้าละกัน
Comments