Writing Habit (นิสัยที่ฉันกำลังพยายาม)


เทอมนี้ได้เรียนรายวิชา Research Design (การออกแบบงานวิจัย) ด้วย

เป็นวิชาที่มุ่งเน้นไปที่การออกแบบการวิจัย ให้คนเรียน #ตัวฉันเอง เข้าใจถึงแนทางการพัฒนาข้อเสนอโครงการ (Proposal) เรื่องทางสถิติจะถูกอนุมานเอาว่าผู้เรียนจะเข้าใจอยู่แล้ว (ซึ่งก็ยังเบลอๆ)

เนื้อหาบทหนึ่งในรายวิชาว่าด้วยเทคนิคการรวบรวมความคิด

ผู้เขียนหนังสือที่ใช้ในรายวิชา อ้างถึงบทความหนึ่งที่แนะนำให้ผู้ที่ทำงานวิจัยทุกคนทำในกระบวนการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) หรือขั้นตอนการออกแบบการวิจัย นั่นคือการปรับพฤติกรรมการอ่านหรือการคิดของตัวเอง จากสิ่งที่เคยอยู่บน "อากาศ" ให้มาอยู่ใน "กระดาษ"

คือเรื่องของ "Writing Habit" หรือ "การเขียนให้เป็นนิสัย" [1] [2]

ซึ่งผมกำลังพยายามทำอยู่นะ 555

สำหรับคนทำงานวิชาการเนี่่ย มักจะฟุ้งในทุกๆ ขณะจิต (ผมก็เป็น) ขับรถ อาบน้ำ เดินห้าง กินข้าว หรือในทุกๆ กิจกรรมในแต่ละวันเราจะเผลอคิดกลับไปยังงานวิชาการที่เรากำลังทำ หรือถูกมอบหมายให้ทำ (ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในอากาศ)

บทความนี้บอกให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมของเราที่ชอบนึกๆๆ แล้วแบบเฮ้ย เออ เจ๋งอ่ะ "เดี๋ยวจะกลับไปทำ" ให้เปลี่ยนเป็น "ทำทุกอย่างในกระดาษ" แทน

หลักปฏิบัติของ Writing Habit มีดังต่อไปนี้

  1. เขียนทุกวัน (Daily activity) ขอให้เขียนไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเขียน หรือไม่มีอะไรให้เขียนก็ตาม (ก็คือเขียนๆ ไปเหอะ ขอให้เขียนทุกวัน)
  2. ถ้าในแต่ละวันไม่มีเวลา ก็ขอให้ระบุลงไปใน schedule ของชีวิตว่าเราจะแบ่งเวลาสำหรับงานเขียนเราในช่วงวันเวลาใด (แต่ขอให้สม่ำเสมอ)
  3. เขียนตอนสดๆ นึกได้แล้วเขียนเลย (Write while you are fresh)
  4. Avoid writing in binges (อันนี้ผมทำความเข้าใจเองว่า เขียนในสภาวะที่มีสติและตั้งใจ คือไม่เมา) ๕๕๕
  5. พยายามย่อความ เขียนในปริมาณที่น้อยๆ และเท่าๆ กันในแต่ละวัน
  6. เขียนให้เกิดประโยชน์กับ schedule ของโครงการของเรา อยู่ในช่วงงานอะไรก็เขียนเรื่องนั้น (เพื่อให้ประโยชน์หลายอย่าง)
  7. ทำ chart หรือ graph บอกถึงเวลาที่ใช้ในการเขียน และการเขียนนั้นๆ ส่งผลต่อโครงการของเรามากน้อยแค่ไหน จะได้บริหารโครงการหลักได้
  8. กำหนดเป้าหมายรายวัน (เขียนวันนี้ ต้องได้อะไร)
  9. share งานเขียนของเรากับคนที่ทำงานด้วย เพื่อนร่วมโครงการ
  10. ถ้าเชียวชาญงานเขียนของเราแล้วก็ลองเขียนทีละหลายๆ โครงการ (ฝึกทำงานแบบ overload)

ส่วนเรื่องเทคนิคการเขียนให้น่าอ่าน หรือคนอ่านสนุกสนานนี่ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการอ่านของผู้เขียนนะ เราอ่านเยอะ เราก็จะเขียนได้ดีขึ้น

ใครได้เข้ามาอ่าน ก็ลองทำดูนะ แบ่งให้ผมได้อ่านบ้างก็ได้ :)

ปล. รูปไม่เกี่ยวกับบทความ ๕๕๕๕

References:
[1] Creswell, J. W. (2008). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches. Sage Publications, Incorporated.
[2] Professors as Writers

Comments

Unknown said…
ดีนะ ขอบใจที่ทำให้ฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้เหมือนกัน
ผมก็กำลังจะพยายาม ห้าห้าห้า

Popular posts from this blog

สุดท้ายมันทำให้ดีอะไรดีขึ้นบ้าง??

the first step.....

ST: ----ไปม.บูฯ มา----